พลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงาน: แนวโน้มตลาด 2025-2026
วิเคราะห์ตลาดพลังงานแสงอาทิตย์และกักเก็บพลังงานที่กำลังเติบโต รวมถึงอัตราการติดตั้งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ต้นทุนที่ลดลง และสิ่งที่วิศวกรไฟฟ้าต้องรู้
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ที่เติบโตเร็วที่สุดในอาเซียน ด้วยกำลังติดตั้งรวมกว่า 5 GW และเป้าหมายของแผน PDP 2024 ที่ตั้งไว้สูงขึ้นอีกมาก เมื่อรวมกับแนวโน้มการกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ลิเทียม วิศวกรไฟฟ้าต้องเชี่ยวชาญข้อกำหนดทางเทคนิคใหม่ โดยเฉพาะเรื่องแรงดันตกในระบบ DC
ภาพรวมตลาด 2025
พลังงานแสงอาทิตย์กลายเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าใหม่ที่มีสัดส่วนมากที่สุดทั่วโลก ในประเทศไทย โซลาร์รูฟท็อปและโซลาร์ฟาร์มยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังนโยบาย Net Metering และ Solar ภาคประชาชน
กำลังผลิตพลังงานแสงอาทิตย์รวม
ลดลงตั้งแต่ 2020
จาก solar + กักเก็บ Q3/2025
แรงดันตก DC ในระบบพลังงานแสงอาทิตย์
ต่างจากระบบ AC ทั่วไป แรงดันตก DC ในระบบพลังงานแสงอาทิตย์ส่งผลโดยตรงต่อผลผลิตไฟฟ้า ทุกเปอร์เซ็นต์ที่สูญเสียทาง DC คือรายได้ที่หายไปหนึ่งเปอร์เซ็นต์ เป้าหมายการออกแบบมักจะรักษาการสูญเสีย DC ให้ต่ำกว่า 1.5-2%
- การออกแบบสตริง: ความยาวสายจากแผงโซลาร์ถึงอินเวอร์เตอร์เป็นตัวกำหนดแรงดันตก DC
- ระบบกักเก็บ: การเชื่อมต่อแบตเตอรี่กับอินเวอร์เตอร์ก็ต้องเพิ่มประสิทธิภาพแรงดันตกเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
- การจัดวางให้เหมาะสม: ตำแหน่งอินเวอร์เตอร์ใกล้จุดศูนย์กลางของอาร์เรย์ช่วยลดความยาวสาย DC เฉลี่ย
แนวโน้มกักเก็บพลังงานในประเทศไทย
ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) กำลังกลายเป็นโซลูชันสำคัญสำหรับปัญหาความไม่เสถียรของพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย โดยเฉพาะเมื่อ กฟผ. และ กกพ. เริ่มวางกรอบนโยบายการกักเก็บพลังงาน วิศวกรไฟฟ้าต้องเข้าใจการรวม BESS เข้ากับระบบไฟฟ้าที่มีอยู่ รวมถึงการคำนวณแรงดันตกสำหรับสาย DC กำลังสูง
คำแนะนำสำหรับวิศวกรไฟฟ้า
- • เชี่ยวชาญการออกแบบระบบ DC ตั้งแต่แผงโซลาร์ถึงอินเวอร์เตอร์
- • เข้าใจเทคโนโลยีกักเก็บแบตเตอรี่ลิเทียมและข้อกำหนดด้านความปลอดภัย
- • คำนวณแรงดันตกทั้งส่วน DC และ AC ของระบบ
- • อัปเดตมาตรฐาน IEC และมาตรฐาน วสท. ที่เกี่ยวกับพลังงานหมุนเวียน
Start Calculating
Ready to apply these concepts to your project? Use our professional voltage drop calculator.
Open Calculator