การใช้ตัวนำขนานเพื่อลดแรงดันตก
ตัวนำขนานคืออะไร?
ตัวนำขนาน (Parallel Conductors) คือการใช้ตัวนำหลายเส้นต่อขนานกันสำหรับแต่ละเฟส เพื่อเพิ่มขนาดกระแสและลดแรงดันตก วิธีนี้เป็นทางเลือกที่ดีเมื่อตัวนำเส้นเดียวขนาดใหญ่สุดที่มีจำหน่ายยังไม่เพียงพอ หรือเมื่อสายขนาดใหญ่เส้นเดียวยากต่อการจับงอและติดตั้ง
หลักการ
ตัวนำ 2 เส้นต่อขนานจะมีความต้านทานรวมเท่ากับครึ่งหนึ่งของเส้นเดียว ทำให้แรงดันตกลดลงครึ่งหนึ่ง 3 เส้นขนานจะลดเหลือหนึ่งในสาม และ 4 เส้นจะลดเหลือหนึ่งในสี่
ข้อกำหนดตามมาตรฐาน วสท.
มาตรฐาน วสท. กำหนดข้อกำหนดสำหรับตัวนำขนานเพื่อให้แน่ใจว่ากระแสแบ่งเท่ากันระหว่างตัวนำ:
- ขนาดตัวนำเท่ากัน: ตัวนำทุกเส้นในชุดขนานต้องมีขนาด วัสดุ และชนิดฉนวนเหมือนกัน
- ความยาวเท่ากัน: ตัวนำทุกเส้นต้องมีความยาวเท่ากัน เพื่อให้ความต้านทานเท่ากันและกระแสแบ่งสม่ำเสมอ
- จุดปลายเดียวกัน: ตัวนำทุกเส้นต้องต่อที่จุดเดียวกันทั้งสองปลาย
- ขนาดต่ำสุด: ตัวนำขนานแต่ละเส้นต้องมีขนาดไม่ต่ำกว่า 35 ตร.มม. สำหรับทองแดง
ตัวอย่างการคำนวณ
สายป้อน 3 เฟส 800A ระยะทาง 150 เมตร
ใช้สายทองแดง 2 เส้น/เฟส ขนาด 240 ตร.มม. (R = 0.0754 Ω/km)
กระแสต่อเส้น = 800 / 2 = 400A
Vd = √3 × 400 × 150 × 0.0754 / 1000
Vd = 7.83V → 2.06%
ผลลัพธ์: แรงดันตก 2.06% ผ่านเกณฑ์สายป้อน 3%
ข้อควรระวัง
สิ่งที่ต้องระวัง
- • กระแสไม่สมดุล: หากตัวนำมีความยาวหรือเส้นทางต่างกัน กระแสจะไม่แบ่งเท่ากัน ทำให้เส้นหนึ่งร้อนกว่า
- • ผลจากรีแอกแตนซ์: ตำแหน่งของตัวนำในท่อมีผลต่อรีแอกแตนซ์ร่วม จัดตัวนำแต่ละเฟสให้สมมาตร
- • สายดิน: ต้องมีสายดินขนาดเหมาะสมในท่อทุกท่อที่มีตัวนำขนาน
- • ท่อร้อยสาย: แต่ละท่อควรมีตัวนำครบทุกเฟสเพื่อลดผลจากรีแอกแตนซ์
Start Calculating
Ready to apply these concepts to your project? Use our professional voltage drop calculator.
Open Calculator